Header Image
เข้า BRICS โอกาสใหม่ของไทย
watermark

เข้า BRICS โอกาสใหม่ของไทย

.

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2567 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ “ร่างหนังสือแสดงความประสงค์ของไทย” ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ “กลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS)” โดยอนุมัติให้ “นายกรัฐมนตรี” หรือ “ผู้แทน” ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในหนังสือ และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานประสานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ของไทย

.

ที่ผ่านมา กลุ่ม BRICS มีนโยบายขยาย “ความร่วมมือ” กับประเทศ “ที่ไม่ใช่สมาชิก” โดยมีแผนจะเชิญประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกเข้าร่วมในกลไกของกลุ่มใน “การประชุมสุดยอดของกลุ่ม BRICS” ครั้งที่ 16 ณ เมืองคาซาน รัสเซีย ระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค.2567 ที่จะถึงนี้

.

โดยรัฐบาลมองว่า “การเข้าร่วม” เป็นสมาชิกกลุ่ม จะช่วยยกระดับ “บทบาทของไทย” ในฐานะผู้มีบทบาทนำใน “กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา” และเพิ่มการมีส่วนร่วมในการ “กำหนดทิศทาง” นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

.

ทั้งนี้ เพื่อ “ฉายภาพ” ให้เห็นถึง “โอกาส” และ “ประโยชน์” ที่จะเกิดขึ้นกับไทย “นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ได้มอบหมายให้ “สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)” ทำการศึกษาการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งด้าน “บวก” และด้าน “ลบ”

.

แต่ก่อนที่จะไปถึง “ผลการศึกษา” เรามารู้จักกลุ่ม BRICS กันก่อน กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 เป็นการรวมตัวอย่างไม่เป็นทางการของ 4 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ภายใต้ชื่อกลุ่ม BRIC ต่อมาแอฟริกาใต้เข้าร่วมในปี 2553 และเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่ม BRICS พอต้นปี 2567 อียิปต์ เอธิโอเปีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย และอิหร่าน ได้เข้าร่วมกลุ่มเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันกลุ่ม BRICS มีสมาชิกรวม 10 ประเทศ และยังมีประเทศต่าง ๆ ต้องการเข้าร่วมกลุ่มมากกว่า 40 ประเทศ

.

วัตถุประสงค์ของกลุ่ม BRICS คร่าว ๆ คือ การสร้างความเป็นเอกภาพทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศพัฒนาแล้ว โดยจะส่งเสริมความร่วมมือด้านต่าง ๆ ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและการเงิน มนุษยธรรมและวัฒนธรรม

.

ทีนี้ มาดูผลการศึกษาของ สนค. กันบ้าง โดยมีผลสรุปออกมาว่า หากไทยได้รับ “การตอบรับ” เข้าร่วมกลุ่ม จะส่งผลดีต่อประเทศไทยในเชิง “โอกาส” ทางการค้า การลงทุน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในมิติต่าง ๆ จำนวนมาก

.

ที่เด่น ๆ เลย ก็คือ “การค้าระหว่างประเทศ” จะทำให้ “การส่งออก” ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น เกษตร อาหารแปรรูป รถยนต์ เครื่องจักร และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าไปยังกลุ่ม BRICS มูลค่า 57,211.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 20.1% ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้น 0.4% สวนทางกับการส่งออกในภาพรวมที่ลดลง 1% โดยมีตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน สัดส่วน 12% อินเดีย 3.6% แอฟริกาใต้ 1.2% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1.1% และซาอุดีอาระเบีย 0.9%

.

ตามด้วย “การเปิดตลาดใหม่” ที่การเข้าร่วมกลุ่ม จะช่วยให้ไทย “เข้าถึงตลาด” ของกลุ่ม BRICS ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้ง “เชิงเศรษฐกิจ” และ “จำนวนประชากร” โดยปี 2565 กลุ่ม BRICS มี “ขนาดเศรษฐกิจ” 1 ใน 4 ของขนาดเศรษฐกิจโลก ด้วยมูลค่า 28.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 5.6% และมี “ประชากร” รวมกัน 3,617.6 ล้านคน คิดเป็น “เกือบครึ่งหนึ่ง” ของประชากรโลก สัดส่วน 45.5% โดยมี “อินเดีย-จีน” เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 2 อันดับแรก สะท้อนตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีความต้องการสินค้ามาก ทำให้ผู้ส่งออกมีโอกาสสูงในการขยายตลาดและส่งออกสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น

.

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในด้าน “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” ที่จะเปิดโอกาสให้ไทยได้รับการสนับสนุน “ทางการเงิน” และ “เทคโนโลยี” ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาเครือข่ายคมนาคม การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

.

“การสร้างโอกาสทางการลงทุน” โดยนักลงทุนจากประเทศ BRICS เห็นโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย ทั้งในด้านการผลิต การบริการ และการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะช่วย “กระตุ้น” เศรษฐกิจไทย และ “สร้างงาน” ให้กับแรงงานภายในประเทศ โดยเฉพาะ “จีน” ที่เป็นหนึ่งในประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง จะเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น

.

“การสนับสนุนการท่องเที่ยว” โดยการเป็นสมาชิก BRICS อาจนำไปสู่การลดข้อจำกัดด้านวีซ่า หรือการทำข้อตกลงให้ประชาชนของประเทศสมาชิกเดินทางระหว่างกันได้ง่ายขึ้น

.

“การเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ” โดยการเป็นสมาชิก BRICS จะเปิดโอกาสให้ไทยเข้าร่วมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น “การลงทุนร่วมกัน การวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี” รวมถึงการเสริมสร้างบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้ไทยมีโอกาส “แสดงจุดยืน” และมี “บทบาท” ในการกำหนด “นโยบายระหว่างประเทศ” ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนา

.

นายภูมิธรรม มีข้อสั่งการเพิ่มเติมว่า แม้การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS จะมี “ข้อดี” มากมาย แต่ก็มี “ความท้าทาย” ที่จะต้องพิจารณา เช่น การปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานและข้อกำหนดของกลุ่ม การแข่งขันกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ และการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิก

.

ดังนั้น ทุกหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ จะต้อง “เตรียมการ” และ “วางแผนกลยุทธ์” เชิงรุก ที่สำคัญต้องเตรียม “ความพร้อม” ให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถได้ “ประโยชน์สูงสุด” จากการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้

.

การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ถือเป็นการ “มองขาด” และมองเห็น “อนาคต”

.

เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่ม “บทบาทนำ” ให้กับไทยในเวทีโลก แต่ยัง “เพิ่มโอกาส” ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ได้อีกมากมายมหาศาล

.

จากนี้ ขึ้นอยู่กับว่า “ประเทศไทย” และ “ผู้ประกอบการไทย” จะพร้อมมากน้อยแค่ไหน

.

ซีเอ็นเอ

.

อ่านเพิ่มเติมคลิก>>>https://www.commercenewsagency.com/columnist/7016

#commercenewsagency #CNAOnline #พาณิชย์ #ข่าวพาณิชย์ #เศรษฐกิจ #กระทรวงพาณิชย์ #คอลัมนิสต์ #เขียนวิเคราะห์ #บริกส์ #กลุ่มประเทศบริกส์ #BRICS #โอกาสการค้า #ผลศึกษา #สนค.

-------------------------------------

ติดตาม CNA Online ผ่านช่องทางอื่น ๆ

Line@ - เพิ่มเพื่อน http://line.me/ti/p/%40uld0329i หรือค้นหา @cnaonline

Twitter - ติดตาม https://twitter.com/CNAOnlineTwit

Instagram – ติดตาม https://www.instagram.com/cna2you/

Youtube - https://www.youtube.com/channel/UC20isyIVU69Oi2BHAk0pPDg

Website - อ่าน www.commercenewsagency.com

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ

 


Line Line

คะแนนโหวต :
starstarstarstarstar
จำนวนการเข้าชม : 545,739